โอกาสที่ใช้แสดงเพลงหน้าพาทย์ เชิด – เสมอ

การใช้โอกาสเพลงหน้าพาทย์ เชิด – เสมอนี้ใช้กับการแสดงทั่ว ๆ ไปในการเดินของของตัวละครทั่วไป เช่น ยกตัวอย่างการใช้เพลง
หน้าพาทย์เสมอ ละครใน เรื่องอิเหนาของตัวละครที่ใช้ประกอบการเดินทางการไปมาระยะใกล้ในมีทั้งพระและนางตั้งแต่กษัตริย์ มเหสี พี่เลี้ยง จนถึงเสนา เช่น

  เดินทางจากท้องพระโรงไปตำหนัก
  เดินทางจากหน้าเมืองเข้ามาในเมือง
  เดินทางออกจากท้องพระโรงไปห้องสรงน้ำ
  เดินทางจากเกยไปพระตำหนัก
  เดินทางจากพระตำหนักไปเกย (บันไดเทียบราชรถหรือเสลี่ยง)
  เดินทางออกจากท้องพระโรงไปข้างนอก
  เดินทางออกจากพระตำหนัก
  เดินทางออกจากห้องบรรทมไปห้องพระ
  เดินทางจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ภายในพระตำหนัก
  เดินทางไปศาลา

ตัวอย่างการใช้เพลงหน้าพาทย์เสมอ ละครนอกเรื่องสังข์ทองของตัวละครที่ใช้ประกอบ การเดินทางไปมาระยะใกล้ในเรื่องสังข์ทอง
มีทั้ง พระและนาง ตั้งแต่กษัตริย์ มเหสี พี่เลี้ยง จนถึงเสนา นางกำนัลเช่นเดียวกัน เช่น

  เดินทางจากหน้ากระท่อมเข้าไปในกระท่อม
  เดินทางจากพระตำหนักไปโรงครัว
  เดินทางจากแปลงผักไปยังบ้านตายาย
  เดินทางจากท้องพระโรงเพื่อสั่งเสนาทหารหน้าท้องพระโรง
  เดินทางจากที่สรงน้ำมานั่งกินสัตว์
  เดินเข้าร่มไม้ (สุภาวดี โพธิเวชกุล, 2558: 25-33)

โอกาสที่ใช้ในการแสดงละคร มีการรำเพลงเชิด รำเพลงเสมอในการแสดงละครรำเกือบทุกเรื่อง เนื่องจากตัวละครต้องมีการเดินทางไปมายังสถานที่ต่าง ๆ และดำเนินเรื่องตามเหตุการณ์ ดังนี้ รำเพลงเชิด มีการรำ 4 เหตุการณ์ ได้แก่

  1. การเดินทางไกลหรือรีบเร่ง ใช้ได้กับทั้งตัวละครชายและหญิง ตั้งแต่ เทวดา นางฟ้า มนุษย์ ยักษ์ ครุฑ พญานาค และสัตว์ต่าง ๆ
  2. ยกทัพ ใช้กับตัวละครชายสูงศักดิ์และต่ำศักดิ์ ได้แก่ กษัตริย์ แม่ทัพ เสนาและเหล่าทหาร ส่วนตัวละครหญิง พบในบทบาทเจ้าเมือง เช่น นางเมรียกทัพ นางจันทน์ยกทัพ หรือหญิงปลอมเป็นชาย เช่น อุณากรรณยกทัพ (นางบุษบาปลอมเป็นชาย)
  3. รบหรือต่อสู้ การรำเพลงเชิดในการรบ พบว่าตัวละครชายที่เป็นพระเอกตัวเอกหรือ     ตัวรองออกรบ เช่น อิเหนารบกับท้าวกะหมังกุหนิง สังคามาระตารบกับวิหยาสะกำ ตัวละครหญิง พบว่าหญิงปลอมเป็นชายออกรบ เช่น อุณากรรณรบกับข้าศึก หรือการต่อสู้ พบว่าตัวละครหญิงตบตีกันด้วยเพลงเชิด เช่น นางตะเภาแก้ว ตะเภาทองตบตีกับนางวิมาลา
  4. ไล่ติดตามของตัวละคร เป็นการรำคู่ โดยตัวละครชายรำเพลงเชิดไล่ติดตามสัตว์ เช่น พระลอไล่ตามไก่แก้ว หรือตัวละครวิ่งไล่จับกัน เช่น บาหยันไล่ตามจับสียะตรา ด้วยเพลงเชิด
    รำเพลงเสมอ มีเหตุการณ์เดียวคือ รำในการเดินทางระยะใกล้ ๆ อย่างสง่างามของตัวละครสูงศักดิ์ เช่น กษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หากต่ำศักดิ์จะเป็นตัวเอกหรือตัวละครสำคัญ โดยมากใช้กับตัวละครชายมากกว่าหญิง ถ้าเป็นหญิงจะเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่อง เช่น นางดรสามเหสีของระตูบุศสิหนา (วรินทร์พร ทับเกตุ, 2561: 345-346)

โอกาสที่ใช้ในการแสดงละคร มีการรำเพลงเชิด รำเพลงเสมอในการแสดงละครรำเกือบทุกเรื่อง เนื่องจากตัวละครต้องมีการเดินทางไปมายังสถานที่ต่าง ๆ และดำเนินเรื่องตามเหตุการณ์ ดังนี้ รำเพลงเชิด มีการรำ 4 เหตุการณ์ ได้แก่

  1. การเดินทางไกลหรือรีบเร่ง ใช้ได้กับทั้งตัวละครชายและหญิง ตั้งแต่ เทวดา นางฟ้า มนุษย์ ยักษ์ ครุฑ พญานาค และสัตว์ต่าง ๆ
  2. ยกทัพ ใช้กับตัวละครชายสูงศักดิ์และต่ำศักดิ์ ได้แก่ กษัตริย์ แม่ทัพ เสนาและเหล่าทหาร ส่วนตัวละครหญิง พบในบทบาทเจ้าเมือง เช่น นางเมรียกทัพ นางจันทน์ยกทัพ หรือหญิงปลอมเป็นชาย เช่น อุณากรรณยกทัพ (นางบุษบาปลอมเป็นชาย)
  3. รบหรือต่อสู้ การรำเพลงเชิดในการรบ พบว่าตัวละครชายที่เป็นพระเอกตัวเอกหรือ      ตัวรองออกรบ เช่น อิเหนารบกับ
    ท้าวกะหมังกุหนิง สังคามาระตารบกับวิหยาสะกำ ตัวละครหญิง พบว่าหญิงปลอมเป็นชายออกรบ เช่น อุณากรรณรบกับข้าศึก หรือการต่อสู้ พบว่าตัวละครหญิงตบตีกันด้วยเพลงเชิด เช่น นางตะเภาแก้ว ตะเภาทองตบตีกับนางวิมาลา
  4. ไล่ติดตามของตัวละคร เป็นการรำคู่ โดยตัวละครชายรำเพลงเชิดไล่ติดตามสัตว์ เช่น พระลอไล่ตามไก่แก้ว หรือตัวละครวิ่งไล่จับกัน เช่น บาหยันไล่ตามจับสียะตรา ด้วยเพลงเชิด
    รำเพลงเสมอ มีเหตุการณ์เดียวคือ รำในการเดินทางระยะใกล้ ๆ อย่างสง่างามของตัวละครสูงศักดิ์ เช่น กษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หากต่ำศักดิ์จะเป็นตัวเอกหรือตัวละครสำคัญ โดยมากใช้กับตัวละครชายมากกว่าหญิง ถ้าเป็นหญิงจะเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่อง เช่น นางดรสามเหสีของระตูบุศสิหนา (วรินทร์พร ทับเกตุ, 2561: 345-346)

  เครื่องแต่งกายเพลงหน้าพาทย์

ท่ารำเพลงเชิด